ห่างหายไปหลายปี กลับมาอัพบล็อคอีกครั้ง
คิดถึงสมัยก่อนที่พยายามศึกษาเรื่องโค้ด เพื่อจะแต่งบล็อค แล้วสุดท้ายก็ปล่อยทิ้งร้าง 555

### กลับมาวันนี้ด้วยอาการป่วยทางจิต ที่มีชื่อเรียกว่า "ซึมเศร้า" ###

ไม่น่าแปลกใจ เพราะเคยคิดตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ว่าตัวเองต้องมีปัญหาทางจิตแน่ๆ แต่ก็เพิ่งได้พบจิตแพทย์ตอนโตนี่เอง

บอกก่อนว่า ที่รู้สึกอยากพิมพ์เล่าตอนนี้ จริงๆตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้ ไม่บอกใคร
แต่ในเมื่อมันอึดอัด ก็คงต้องเล่า เผื่อใครที่มีอาการเดียวกันจะผ่านมาเจอ จะได้รู้ว่าคุณยังมีคนที่เป็นเหมือนคุณอยู่อีกมากมายนะ

แรกเริ่มเดิมที ตั้งใจว่าจะซื้อ SOOK Magazine ปก Mood Disorder หรือ โรคทางอารมณ์มาอ่านเล่นๆ

เพราะคิดว่ามีคนที่ทำงานเป็นไบโพล่าร์

แต่พอได้ตั้งใจอ่าน ลองทำแบบทดสอบ ทั้งจากใน Magazine ในเว็บ ก็พบว่าตัวเองเข้าข่ายที่จะเป็นค่อนข้างมาก

เลยเริ่มศึกษาข้อมูล เริ่มเครียด ทำแม้กระทั่ง inbox คุยกับเพจ กรมสุขภาพจิต

เราตัดสินใจไปหาหมอประกันสังคมที่รพ.แห่งนึง ตอนแรกแฟนเราไม่เชื่อ บอกว่าไม่เป็นหรอก คิดมาก พูดอยู่อย่างงั้น ไม่พาเราไปหาหมอ
จนเราทนไม่ไหว บอกเลยว่า "ถ้าไม่พาไป จะไปเอง จะมาห้ามไม่ได้" จนในที่สุดต้องยอม

ก่อนไป เราก็คิดไม่ตก ว่าจะเดินไปบอกตรงเค้าเตอร์ว่าเราเป็นอะไรมา

แต่พอตั้งสติ แล้วออกสตาร์ท เอาวะ เป็นไงเป็นกัน

วันไปหาหมอ เราบอกเลยว่า สงสัยว่าจะเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ต้องการพบจิตแพทย์

พยาบาลก็วัดความดัน ถามอาการ แล้วให้พบหมอทั่วไปก่อน หมอประเมินแล้วว่า น่าจะใช่แล้วล่ะ ส่งต่อไปที่จิตแพทย์เลยแล้วกัน

วันเข้าพบจิตแพทย์

เข้าไปถึง เราก็เงียบ คือ... ใครต้องเริ่มก่อนอ่ะ
เราต้องเล่าๆๆเลย หรือหมอต้องถามก่อน

บอกตรงๆว่าวันนั้นเราจำไม่ได้ว่าใครเริ่มพูดก่อน

เราเล่าให้หมอฟังว่า ไม่มีสมาธิเลย กลัวค่ะ กลัวว่าเพื่อนที่ทำงานจะนินทา กลัวว่าหัวหน้าจะเกลียด อะไรๆก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง หนูรับมือไม่ได้ค่ะ อยากให้ทุกอย่างมันดี มันเพอร์เฟค อยากให้คนรัก อยากให้คนเข้าใจ

หมอเริ่มแสดงท่าทางให้ดูว่า ตอนนี้คุณดูเหมือนกับคนที่ชี้หน้าตัวเอง แล้วสั่งให้ตัวเองต้องเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้

คุณคิดว่าคำพูดคนอื่น จะเปลี่ยนให้คุณเป็นคนอื่นมั้ย

เราตอบว่าไม่ เราก็คือเรา

หมอก็บอกว่า ถ้างั้นจะต้องแคร์ทำไม

คุยกันไปเรื่อยๆจนจบ

หมอบอก หมอขอวินิจฉัยนะ ว่าคุณเป็นโรควิตกกังวลและซึมเศร้า แต่ยังขั้นต้นนะ หมอจะให้ยาอย่างต่ำสุดละกัน และนัดใหม่อีกอาทิตย์มาดูกัน

กลับออกมาบอกแฟนว่า ใช่ หมอบอกเป็น แฟนเราก็ท่าทีเปลี่ยนไป จากที่แข็งๆเถียงๆ กลายเป็นซอฟท์ลงและเป็นห่วง

แต่นางก็ไลน์คุยกับเพื่อนสนิทนางว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า
นางโดนเพื่อนนางด่าจ้าาา บอกว่าเพราะมึงนั่นแหละ ไม่พาเที่ยว อยู่ห้องเอาแต่ดูยูทูปไม่สนใจ มึงทำให้แฟนมึงป่วย มึงควรจะพาเที่ยว ไปดูโลกภายนอกบ้าง

สรุปเพื่อนนางเป็นห่วงเรา แล้วด่านางแทน 555

กินยาวันแรก มึนมาก ง่วงมาก ทำงานไม่ได้ เหมือนไม่ใช่ตัวเอง ล่องลอยและง่วง ไม่มีสมาธิอะไรทั้งสิ้น

พอถึงวันนัด เลยแจ้งหมอ ขอไม่กินยาตอนเช้าเพราะทำงานไม่ได้

วันนี้หมอถามว่า เคยมีเหตุการณ์อะไรฝังใจในวัยเด็กมั้ย

เราตอบว่ามีค่ะ เคยจมน้ำ ทำให้ตอนนี้รู้สึกกลัวน้ำ กลัวถ้าต้องล่องเรือเคว้งคว้างกลางทะเลมองไม่เห็นฝั่ง
แต่ก็กลัวที่แคบด้วย

หมอบอกว่า หมอเจอคนไข้ 2 แบบ
แบบที่ 1 คนไข้ที่สติปัญญาสูง แค่หมอแนะแนวทางก็รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป
แบบที่ 2 คนไข้ที่สติปัญญาต่ำ หมอต้องบอกเป็นขั้นตอนๆว่าควรจะทำอะไร เพราะจะคิดต่อเองไม่ได้

คุณเป็นคนไข้แบบที่ 1 นะ คุณใช้คำพูดที่เป็นวิชาการ คำพูดในระดับสูง คุณคิด วิเคราะห์ได้ในสิ่งที่หมอพูด

หมออยากให้คุณปรับความคิด เอาคำพูดของหมอไปปรับทัศนคติดู ว่าจะดีขึ้นมั้ย และปรับยาให้นิดหน่อย แล้วค่อยมาว่ากัน

แต่...หลังจากนั้น เราไม่ได้ไปอีก เรารู้สึกว่าหมอดุ และเราไม่อยากคุยด้วย

ตอนนี้เรานั่งหาแต่ข้อมูลว่าอยากเปลี่ยนหมอ และคิดว่าคงจะไปรพ.รามา

ถ้าไปมาแล้ว ไว้จะมาเล่าใหม่ในโพสหน้าละกันค่ะ

ปล. วันนี้ร้องไห้หนักมาก ตั้งแต่ป่วยมาก็ทำงานพลาด งานที่ไม่ว่าใครทำก็สมควรพลาดเพราะลูกค้ามันบ้ามากๆ แล้วผลมันส่งมาถึงตอนนี้ ตอนเราไม่อยู่ที่ทำงาน ก็มีคนจ้องจะเล่นเราให้ได้ จี้กะหัวหน้าเรา จะทำให้เราเป็นคนผิดให้ได้ แต่หัวหน้าไม่เคยดุเราเลยซักครั้ง ขอบคุณมาก แต่เราก็ยังร้องไห้ จนเพื่อนที่ทำงานต้องปลอบ นั่งน้ำตาไหลอยู่ที่โต๊ะทำงาน ตาบวมเป่ง คือเราไม่ไหว

ไม่ใช่เรื่องเดียว เหมือนปัญหาถาถม ประมาณ 4-5 เรื่องที่พลาด ผู้ใหญ่ที่เคยดีกับเรา กลับมาแว้งกัดจะทำร้ายเราซะเอง

เราเสียความรู้สึก ทำไมทำกับเราแบบนี้ เราทำงานพลาด แต่สิ่งที่เราพลาด ทุกคนก็ไม่มีใครรู้ข้อมูล แต่จะจี้ให้เราต้องรู้ ทำไมเราไม่รู้ แบบนี้...

ถ้าเรารู้ เราไม่เป็นวิศวะไปแล้วเหรอ คิดสิคิด

ตัวเค้าเองก็ไม่รู้ แต่กลายเป็นเราผิด

บทเรียนครั้งใหญ่ จะไม่ทำงานปากเปล่ากับใครอีกแล้ว เราหวังดี แต่ผิดหมด ปากเปล่าๆ ง่ายๆ พอผิดมา คือกู คนสั่งของ

วันนี้หนักหนาสาหัสมากจริงๆ ถ้าจิตแพทย์เข้าวันธรรมดา เราคงไปหาแล้ว คือกะว่าจะไปให้ได้

แต่หัวหน้าบอกว่า พี่ไม่อยากให้พึ่งหมอมากไป อยากให้ใหม่จัดการกับอารมณ์ตัวเองให้ได้

อ้อ ลืมบอกไป เราบอกหัวหน้าทุกเรื่อง แม้กระทั่งที่เป็นโรคซึมเศร้า

เราก็หวังว่าเราจะจัดการได้นะ

วันนี้เล่าแค่นี้ ถ้าไปหาหมอรามา คงมีเรื่องมาเล่าอีก... บาย

Comment

Comment:

Tweet